ไทย - เปรู

ไทย - เปรู

6 ส.ค. 2564

5,048 view

ความสัมพันธ์กับประเทศไทย

๑. ความสัมพันธ์ทั่วไป

     ประเทศไทยกับสาธารณรัฐเปรูมีความสัมพันธ์ที่ราบรื่นและฉันมิตรนับตั้งแต่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๐๘ โดยได้ร่วมกันจัดกิจกรรมฉลองครบรอบ ๕๕ ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อปี ๒๕๖๓ นอกจากนี้ ที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศได้ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเปรูประจำประเทศไทยจัดทำหนังสือที่ระลึกแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในโอกาสการครบรอบ ๔๐ ปี (๒๕๔๘) ๔๕ ปี (๒๕๕๓) และ ๕๐ ปี (๒๕๕๘) ขณะที่ทั้งสองฝ่ายมีการแลกเปลี่ยนการเยือนและหารือทวิภาคีระดับสูงระหว่างกันเป็นระยะ ๆ

     ปัจจุบัน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลิมา มีเขตอาณาครอบคลุมสาธารณรัฐเปรู สาธารณรัฐโคลอมเบีย สาธารณรัฐเอกวาดอร์ และสาธารณรัฐโบลีวาร์แห่งเวเนซุเอลา โดยมีนายสรยุทธ ชาสมบัติ ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงลิมา ส่วนสาธารณรัฐเปรูเปิดสถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยเมื่อปี ๒๕๓๕ โดยปัจจุบันนายเฟอร์นันโด ฆูลิโอ อันโตนิโอ กีโรส กัมโปส (Mr. Fernando Julio Antonio Quiros Campos) ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเปรูประจำประเทศไทย ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๐ นอกจากนี้ รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเปรูได้แต่งตั้งให้หม่อมหลวงปรียพรรณ ศรีธวัช ดำรงตำแหน่งกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ จังหวัดเชียงใหม่ นายณัฐพล ประคุณศึกษาพันธ์ ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ จังหวัดขอนแก่น และนายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ อำเภอหาดใหญ่

      ๑.๑ การเมือง

      ประเทศไทยกับสาธารณรัฐเปรูได้จัดตั้งกลไกหารือทวิภาคีขึ้นในกรอบการประชุมคณะกรรมาธิการร่วม(Joint Commission for Bilateral Cooperation) เพื่อความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเปรูซึ่งครอบคลุมการหารือด้านความสัมพันธ์ทวิภาคี ประเด็นระหว่างประเทศ และอื่น ๆ ตามที่ทั้งสองฝ่ายเห็นเหมาะสม ซึ่งมีการประชุมแล้ว ๕ ครั้ง โดยฝ่ายเปรูเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งที่ ๕ ณ กรุงลิมา เมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๑ โดยนายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้นเป็นประธานฝ่ายไทย และนายอูโก เด เซลา มาร์ติเนซ (Mr. Hugo de Zela Martinez) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐเปรู เป็นประธานฝ่ายเปรู   

      สาธารณรัฐเปรูกับประเทศไทยมีความร่วมมือที่ดีและให้การสนับสนุนซึ่งกันและกันในระดับพหุภาคี รวมทั้งในกรอบองค์การสหประชาชาติ เวทีความร่วมมือระหว่างเอเชียตะวันออกกับลาตินอเมริกา (Forum for East Asia-Latin America Cooperation – FEALAC) กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกAsia-Pacific Economic Cooperation – APEC) และกลุ่มพันธมิตรแปซิฟิก (Pacific Alliance – PA)[1] ซึ่งประเทศไทยมีสถานะเป็นประเทศผู้สังเกตการณ์

       ๑.๒ การค้า

       สาธารณรัฐเปรูเป็นคู่ค้าอันดับ ๕ ของประเทศไทยในภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียน โดยเมื่อปี ๒๕๖๓ มีมูลค่าการค้ารวม ๔๐๗ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งลดลงร้อยละ ๒๓.๖๖ จากปี ๒๕๖๒ (ประเทศไทยส่งออกคิดเป็นมูลค่า ๒๖๐.๘๔ ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำเข้า ๑๔๖.๑๖ ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้า ๑๑๔.๖๘ ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

       สินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศไทย ได้แก่ (๑) รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (๒) อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป (๓) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ (๔) เครื่องซักผ้า เครื่องซักแห้งและส่วนประกอบ (๕) ผลิตภัณฑ์ยาง ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญจากสาธารณรัฐเปรู ได้แก่ (๑) สินแร่โลหะและผลิตภัณฑ์ (๒) สัตว์น้ำสด แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป (๓) ก๊าซธรรมชาติ (๔) ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผักผลไม้ (๕) เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ

       นอกจากนี้ สองฝ่ายมีความตกลงว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น (ลงนามเมื่อปี ๒๕๔๖) และพิธีสารระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐเปรูเพื่อเร่งเปิดเสรีการค้าสินค้าและอำนวยความสะดวกทางการค้า (ลงนามเมื่อปี ๒๕๔๘) โดยปัจจุบันร้อยละ ๗๐ ของสินค้าที่ค้าขายกันมีอัตราภาษีที่ร้อยละ ๐   

        ๑.๓ การลงทุน

         การลงทุนระหว่างทั้งสองประเทศยังจำกัด โดยปัจจุบันบริษัท อาเฆไทย จำกัด (Ajethai Co., Ltd) ของสาธารณรัฐเปรู ตั้งโรงงานผลิตและจำหน่ายน้ำอัดลมภายใต้ชื่อ Big Cola ที่จังหวัดชลบุรี เพื่อขายในประเทศและส่งออกไปยังประเทศเอเชียอื่น ส่วนบริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (Mega Lifesciences Co., Ltd) ของประเทศไทยลงทุนผลิตและจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ต่าง ๆ ในสาธารณรัฐเปรู

         ๑.๔ การท่องเที่ยว

         ในปี ๒๕๖๓ มีชาวเปรูเดินทางเข้าประเทศไทยรวม ๑,๙๓๘ คน ลดลงจากปี ๒๕๖๒ ซึ่งมีชาวเปรูเดินทางเข้าไทยรวม ๖,๖๐๒ คน เนื่องจากมาตรการจำกัดการเดินทางในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ทั้งนี้ประเทศไทยมีความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูตราชการ และธรรมดากับสาธารณรัฐเปรู โดยอนุญาตให้ชาวเปรูผู้ถือหนังสือเดินทางประเภทข้างต้นสามารถพำนักในประเทศไทยได้ไม่เกิน ๙๐ วัน

         ๑.๕ สังคมและวัฒนธรรม

         ประเทศไทยและสาธารณรัฐเปรูมีความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรมระหว่างกัน (ลงนามเมื่อปี ๒๕๔๖) ซึ่งทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกับการดำเนินโครงการทางวัฒนธรรมเพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ประเทศให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นเพื่อลดข้อจำกัดของความห่างไกลทางภูมิศาสตร์ระหว่างกัน 

        สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลิมา ได้ดำเนินโครงการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยในสาธารณรัฐเปรูโดยตลอดในรูปแบบกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การจัดทำเว็บไซต์ภาษาสเปน foodlandia.com.pe ซึ่งเผยแพร่วิธีประกอบอาหารไทยและข้อมูลอื่นที่น่าสนใจเกี่ยวกับอาหารไทย การสาธิตการประกอบอาหารไทยผ่านสื่อ Facebook ของสถานเอกอัครราชทูตฯ การแสดงนาฏศิลป์และมวยไทย และการจัดตั้ง ASEAN Corner ณ ศูนย์เอเชียศึกษาเพื่อเผยแพร่หนังสือภาษาสเปนเกี่ยวกับประเทศไทยรวมถึงประเทศสมาชิกอาเซียน

         ๑.๖ ความร่วมมือทางวิชาการ

         ประเทศไทยกับสาธารณรัฐเปรูมีบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกรมความร่วมมือระหว่างประเทศกับ Peruvian International Cooperation Agency (ลงนามเมื่อปี ๒๕๔๙) โดยเมื่อปี ๒๕๖๓ ทั้งสองหน่วยงานได้จัดการประชุมความร่วมมือทางวิชาการครั้งที่ ๔ ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกลเพื่อรับรองแผนงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐเปรู ประจำปี ๒๕๖๔ - ๒๕๖๖ ซึ่งครอบคลุมสาขาการปลูกพืชทดแทนยาเสพติด การพัฒนาชุมชนท่องเที่ยวยั่งยืน สาธารณสุขและการบริหารจัดการโรคระบาด และเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ

          ๑.๗ ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอวกาศ

          เมื่อปี ๒๕๖๓ ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันจัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอวกาศระหว่างสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) กับ National Commission for Aerospace Research and Development ของสาธารณรัฐเปรู ในรูปแบบทางไกล ณ กระทรวงการต่างประเทศ โดยถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมฉลองครบรอบ ๕๕ ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ซึ่งมีสาระสำคัญครอบคลุมในเรื่องที่เกี่ยวกับการสำรวจระยะไกล การศึกษาอวกาศ การพัฒนาระบบสถานีภาคพื้นดิน การพัฒนาระบบดาวเทียม รวมถึงการแลกเปลี่ยนบุคลากรและการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีระหว่างสองหน่วยงาน และถือเป็นเอกสารความตกลงในสาขาความร่วมมือดังกล่าวฉบับแรกที่ไทยจัดทำกับประเทศในภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียน สะท้อนถึงความร่วมมือทางวิชาการที่เป็นรูปธรรม รวมทั้งเป็นโอกาสที่นวัตกรรมซอฟต์แวร์ด้านอวกาศของคนไทยจะได้รับการเผยแพร่ยอมรับในเวทีนานาชาติ อันจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอวกาศของประเทศต่อไป

          ๑.๘ ความสัมพันธ์ในระดับประชาชน

          ประเทศไทยได้ดำเนินโครงการ Thai Corner โดยบริจาคหนังสือและอุปกรณ์โสตทัศนศึกษาเพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนสาขาไทยศึกษาของมหาวิทยาลัยในสาธารณรัฐเปรู ได้แก่ มหาวิทยาลัย St. Ignatius of Loyola (USIL) และมหาวิทยาลัย The Pacific (UP)

          ที่ผ่านมา มีนักเรียนไทยเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนนัดศึกษาต่างชาติที่สาธารณรัฐเปรูเป็นประจำทุกปี ในปี ๒๕๖๓ มีนักเรียนไทยในโครงการแลกเปลี่ยน AFS รวม ๕ คน แต่ต้องเดินทางกลับประเทศไทยก่อนจบการศึกษาเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙

          สถาบันการทูต Javier Perez de Cuellar ของสาธารณรัฐเปรูมอบทุนการศึกษาระดับปริญญาโท ให้นักการทูตจากประเทศต่าง ๆ รวมทั้งประเทศไทยเป็นประจำทุกปี โดยผู้สมัครสามารถเลือกเรียนหลักสูตรปริญญาโทหรือประกาศนียบัตร สาขาการทูตและการต่างประเทศ อย่างไรก็ดี จนถึงขณะนี้ยังไม่มีนักการทูตไทยรับทุนเพื่อศึกษาต่อที่สถาบันดังกล่าว

          ปัจจุบัน มีคนชาติเปรูพำนักในประเทศไทยประมาณ ๕๐ คน และมีคนไทยพำนักในสาธารณรัฐเปรูประมาณ ๖๐ คน

 

๒. ความตกลงที่สำคัญกับประเทศไทย

     ความตกลงที่ได้ลงนามแล้วกว่า ๕๐ ฉบับ ที่สำคัญ ได้แก่

      ๒.๑ ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (ลงนามเมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๓๔)

      ๒.๒ ความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อความร่วมมือทวิภาคี (ลงนามเมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๓๗)

      ๒.๓ ความตกลงทางการค้า (ลงนามเมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๓๙)

      ๒.๔ ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกับสหพันธ์สถาบันผู้ประกอบการเอกชนเปรู (ลงนามเมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๓๙)

      ๒.๕ ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว (ลงนามเมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๓๙)

      ๒.๖ ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการและหนังสือเดินทางธรรมดา (ลงนามเมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๔๒)

      ๒.๗ ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกับสมาคมอุตสาหกรรมแห่งเปรู (ลงนามเมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๔๒)

      ๒.๘ ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรม (ลงนามเมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๔๖)

      ๒.๙ กรอบความตกลงว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเปรู (ลงนามเมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๔๖)

      ๒.๑๐ สนธิสัญญาว่าด้วยความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องอาญา (ลงนามเมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๔๘)

      ๒.๑๑ บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของไทย (ปัจจุบันคือกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ) กับ Peruvian International Cooperation Agency (ลงนามเมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙)

      ๒.๑๒ ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกับหน่วยงานคณะกรรมาธิการยาเสพติดแห่งชาติเพื่อการพัฒนาและการมีชีวิตโดยปราศจากยาเสพติด (DEVIDA) ของสาธารณรัฐเปรู (ลงนามเมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๙)

      ๒.๑๓ บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอวกาศระหว่างสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) กับ National Commission for Aerospace Research and Development ของสาธารณรัฐเปรู (ลงนามเมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๓)

 

๓. การเยือนที่สำคัญ

     ๓.๑ ฝ่ายไทย

           การเยือนระดับพระราชวงศ์

           พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (เมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร)

           - วันที่ ๙ - ๑๔ เมษายน ๒๕๓๖ เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐเปรูอย่างเป็นทางการ ในโอกาสดังกล่าว รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเปรูได้ทูลเกล้าฯ ถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ตระกูล “The Sun of Peru” ชั้นตรา “Grand Cross” และกุญแจกรุงลิมา

           สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

           - วันที่ ๑๔ - ๑๗ เมษายน ๒๕๖๒ เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐเปรูอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเปรู

           สมเด็จเจ้าฟ้า ฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

           - วันที่ ๑๕ - ๒๒ มีนาคม ๒๕๔๓ เสด็จเยือนสาธารณรัฐเปรูอย่างเป็นทางการ ในโอกาสดังกล่าว รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเปรูได้ทูลเกล้าฯ ถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ตระกูล “Order of Merit for Distinguished Service” ชั้นตรา “Grand Cross”

           สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

           - เดือนเมษายน ๒๕๓๕ เสด็จเยือนสาธารณรัฐเปรูเป็นการส่วนพระองค์

           การเยือนระดับรัฐบาล 

           นายกรัฐมนตรี

           - วันที่ ๒ - ๖ มิถุนายน ๒๕๔๒ นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนสาธารณรัฐเปรูอย่างเป็นทางการ

           - วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนสาธารณรัฐเปรู อย่างเป็นทางการ และเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ ๑๖ ที่กรุงลิมา

           - วันที่ ๑๙ - ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนสาธารณรัฐเปรู เพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ ๒๔ ที่กรุงลิมาในฐานะผู้แทนของนายกรัฐมนตรี

           รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

           - วันที่ ๑๗ - ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเยือนสาธารณรัฐเปรู เพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีเอเปค ครั้งที่ ๒๘ ที่กรุงลิมา

           - วันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๑ นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเดินทางเยือนสาธารณรัฐเปรู เพื่อเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อความร่วมมือทวิภาคีระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐเปรู ครั้งที่ ๕ ที่กรุงลิมา  

      ๓.๒ ฝ่ายสาธารณรัฐเปรู

             การเยือนระดับรัฐบาล

             ประธานาธิบดี

             - วันที่ ๑๔ - ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๓๔ นายอัลเบร์โต ฟูจิโมริ (Mr. Alberto Fujimori) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเปรู เดินทางเยือนประเทศไทย

             - วันที่ ๑๗ - ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๓๙ นายอัลเบร์โต ฟูจิโมริ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเปรูเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งระหว่างการเยือน ได้รับพระราชทานพระราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัว (เมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร)

             - วันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๔๖ นายอเลฆานโดร โตเลโด (Mr. Alejandro Toledo) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเปรู เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งระหว่างการเยือน ได้รับพระราชทานเครื่องราอิสริยาภรณ์มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก

             - วันที่ ๔ - ๖ ตุลาคม ๒๕๕๖ นายโอยันตา อุมาลา ตัสโซ (Mr. Ollanta Humala Tasso) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเปรู เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งระหว่างการเยือน ได้รับพระราชทานพระราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

             รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

             - วันที่ ๒๕ - ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ นายอาร์มันโด ราอุล ปาตินโญ อัลบิสตูร์ (Mr. Armando Raul Patino Alvistur) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสาธารณรัฐเปรู เดินทางเยือนประเทศไทย เพื่อเป็นประธานร่วมของการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อความร่วมมือทวิภาคีระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐเปรู ครั้งที่ ๔

             - วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๒ นายไฆเม อันโตนิโอ โปมาเรดา มอนเตเนโกร (Mr. Jaime Antonio Pomareda Montenegro) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสาธารณรัฐเปรู เดินทางเยือนประเทศไทย เพื่อลงนามภาคยานุวัติสารเข้าเป็นอัครภาคีสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของสาธารณรัฐเปรู ในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ ๕๒ และการประชุมระดับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม

 

๔. ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙

     ๔.๑ สาธารณรัฐเปรูประสบปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ อย่างรุนแรง โดยขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมสูงเป็นอันดับต้นของโลกกว่า ๒,๐๙๐,๐๐๐ ราย และผู้เสียชีวิตกว่า ๑๙๕,๐๐๐ ราย (สถานะ ณ วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๔) สถานการณ์การแพร่ระบาดดังกล่าวยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเปรูในการบริหารจัดการอย่างรอบด้านทั้งในแง่ของนโยบายสาธารณสุขและมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ขณะที่ปัจจุบันประเทศดังกล่าวอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองครั้งสำคัญภายหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเปรูเมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๔ซึ่งนายโฮเซ เปโดร กัสติโย เตร์โรเนส (Mr. José Pe dro Castillo Terrones) ผู้สมัครของพรรค Peru Libre ได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี ซึ่งในระหว่างการรณรงค์หาเสียง นายกัสติโย เตร์โรเนส เน้นนโยบายประชานิยมและการแก้ไขปัญหาคุณภาพชีวิตที่ไม่เท่าเทียมกันระหว่างประชาชนในกรุงลิมาและชนบท รวมทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้รัฐสามารถจัดสรรงบประมาณร้อยละ ๑๐ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติในหมวดการศึกษาและสาธารณสุข การขึ้นภาษีและปันส่วนผลกำไรของกลุ่มธุรกิจเหมืองแร่เพื่อนำมาปรับปรุงระบบบริการสาธารณะ การศึกษา และการสาธารณสุข

     ๔.๒ รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเปรูได้ดำเนินมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ ภายในประเทศ โดยได้จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือและเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแก่ภาคเศรษฐกิจหลักของประเทศ ได้แก่ อุตสาหกรรมเหมืองแร่ โครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว เกษตรกรรม และผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม อีกทั้งเร่งรัดการฉีดวัคซีนต้านโควิด-๑๙ ซึ่งเริ่มเมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ โดยปัจจุบันประชาชนเปรูได้รับวัคซีนแล้วในอัตราร้อยละ ๑๑.๔๗ จากประชากรทั้งหมด (สถานะวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๔)

     ๔.๓ สถาบันการเงินหลายแห่งคาดการณ์ว่า สาธารณรัฐเปรูจะฟื้นตัวจากผลกระทบของโควิด-๑๙ ได้ภายในปี ๒๕๖๕ โดยธนาคารกลางของสาธารณรัฐเปรูประเมินว่า ตลอดปี ๒๕๖๔ อัตราการการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศจะขยายตัวที่ร้อยละ ๑๑.๕ และในช่วงปี ๕ ปีต่อจากนี้จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ ๔.๑ ต่อปี

 

๕.  ข้อมูลอื่น ๆ

      ๕.๑ สาธารณรัฐเปรูเป็นแหล่งอารยธรรมโบราณที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกโดยมีเมืองโบราณ “มาชูปิกชู” (Machu Picchu) ของอารยธรรมอินคาบนยอดเขาสูงประมาณ ๒,๔๐๐ เมตร จากระดับน้ำทะเล ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกเมื่อปี ๒๕๒๖

      ๕.๒ ที่ผ่านมา รัฐบาลของสาธารณรัฐเปรูให้ความสำคัญกับการเปิดเสรีทางการค้าโดยภาครัฐส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติและให้การปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันกับนักลงทุนชาวเปรู อีกทั้งมีบทบาทอย่างแข็งขันในการสนับสนุนการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระดับพหุภาคี รวมทั้งกำหนดเป้าหมายจะเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organization for Economic Co-operation and Development - OECD) ภายในปี ๒๕๖๕ เพื่อยกระดับมาตรฐานการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ปัจจุบันสาธารณรัฐเปรูมีความตกลงการค้าเสรีกับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย รวม ๒๑ ฉบับ และได้ให้สัตยาบันต่อความตกลงยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (Comprehensive and Progressive Agreement for Trans-Pacific Partnership - CPTPP) แล้ว

      ๕.๓ เมื่อปี ๒๕๖๑ รัฐบาลเปรูได้เปิดตัวนโยบายส่งเสริมขีดความสามารถการแข่งขันและเพิ่มผลผลิตแห่งชาติประจำปี ๒๕๖๒ - ๒๕๗๓ เพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเริ่มจากภาคอุตสาหกรรมเกษตรและประมง ขณะที่ประเทศไทยได้ประกาศวาระแห่งชาติให้ฟื้นฟูเศรษฐกิจตามโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (๒๕๖๔ - ๒๕๖๙) ทั้งสองฝ่ายจึงมีศักยภาพที่จะแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนระหว่างกัน

********************

 

กองลาตินอเมริกา

กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้

สถานะ ณ วันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๔

 

[1] กลุ่มพันธมิตรแปซิฟิก (Pacific Alliance – PA) เป็นการรวมกลุ่มของประเทศในภูมิภาคลาตินอเมริกาที่มีระดับการพัฒนาโดยเฉลี่ยสูงที่สุดในลาตินอเมริกาและแคริบเบียนซึ่งมุ่งเน้นเปิดเสรีทางการค้าโดยมี GDP คิดเป็นร้อยละ ๔๑ ของภูมิภาคดังกล่าว มีสมาชิกประกอบด้วย สาธารณรัฐชิลี สาธารณรัฐโคลอมเบีย สหรัฐเม็กซิโกและสาธารณรัฐเปรู โดยประเทศไทยมีสถานะเป็นประเทศผู้สังเกตการณ์ของกลุ่ม PA ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๘ (ปัจจุบันมีสมาชิกอาเซียนเป็นผู้สังเกตการณ์ของ PA ได้แก่ ประเทศไทย สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ และสาธารณรัฐสิงคโปร์ โดยสาธารณรัฐสิงคโปร์อยู่ระหว่างกระบวนการปรับสถานะเป็นสมาชิกสมทบของกลุ่ม PA)