คิวบา

คิวบา

1 ต.ค. 2562

1,818 view

 

กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ขอพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับประเทศคิวบาให้มากขึ้น ด้วยสาระน่ารู้เกี่ยวกับ

ประเทศคิวบา 8 ข้อ 

 

 

คิวบามีสกุลเงิน 2 สกุล โดยสกุลหนึ่งเป็นสกุลที่นักท่องเที่ยวใช้ เรียกว่า คอนเวอร์ทิเบิลเปโซ หรือ CUC (Cuban convertible peso) บ้างก็เรียกง่าย ๆ ว่า ‘กุ๊ก’ ซึ่ง 1 CUC มีค่าเท่ากับ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ประชาชนทั่วไปจะใช้สกุลเงินคิวบาเปโซ หรือ CUP (Cuban peso) ซึ่งมักจะเรียกกันว่า ‘คุบ’ มีค่าประมาณ 24 CUC หรือ 24 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 

นักท่องเที่ยวสามารถใช้ธนบัตรได้ทั้ง 2 สกุล แต่ส่วนมากสินค้าและบริการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมักจะซื้อขายกันในสกุล CUC นอกจากนี้ ธนบัตรของ 2 สกุลยังหน้าตาแตกต่างกันทำให้แยกออกได้โดยง่าย ไม่เกิดความสับสน คือธนบัตร CUC ของนักท่องเที่ยว มักจะเป็นภาพอนุสาวรีย์บุคคลสำคัญต่าง ๆ ในขณะที่ธนบัตรของ CUP ที่ประชาชนทั่วไปใช้ มักจะมีรูปวาดบุคคลสำคัญของคิวบา เช่น เช เกบารา ปรากฏอยู่

 

 

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลายคนเคยพยายามซื้อคิวบาจากสเปนมาแล้ว เช่น เจมส์ เค. โพล์ก (James K. Polk) ประธานาธิบดีคนที่ 11 ของสหรัฐฯ เสนอซื้อคิวบาจากสเปนด้วยจำนวนเงิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี ค.ศ. 1848 แต่สเปนก็ปฏิเสธ ต่อมาปี ค.ศ. 1854 สหรัฐฯ เสนอซื้อคิวบาอีกครั้งเป็นจำนวนเงิน 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเอกสารลับชื่อ Ostend Manifesto

คิวบาเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่สหรัฐฯ ให้ความสนใจมาโดยตลอด เนื่องจากคิวบาตั้งอยู่บริเวณอ่าวเม็กซิโก ทะเลแคริบเบียน และมหาสมุทรแอตแลนติกมาบรรจบกัน ดังนั้น แม้ว่าคิวบาจะได้รับเอกราชจากสเปนในปี ค.ศ. 1898 คิวบาก็ยังตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐอเมริกาในแทบทุกมิติ จนกระทั่งประธานาธิบดีฟิเดล กัสโตร (Fidel Castro) ปฏิวัติคิวบาและปิดประเทศเมื่อปี ค.ศ. 1959

 

 

สหรัฐฯ มีมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อคิวบาตั้งแต่เมื่อ ปี ค.ศ. 1960 หนึ่งปีหลังจากที่ประธานาธิบดีฟิเดล กัสโตร ประกาศยึดอำนาจและเปลี่ยนแปลงการปกครองของคิวบาเป็นระบอบคอมมิวนิสต์

ต่อมาในสมัยรัฐบาลของประธานาธิบดีบารัค โอบามา สหรัฐฯ และคิวบาได้ฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตกัน และกลับมาเปิดสถานเอกอัครราชทูตระหว่างกันอีกครั้งเมื่อ 20 กรกฎาคม ค.ศ. 2015 นับเป็นเวลาเกือบ 60 ปีที่คิวบาและสหรัฐฯ หันหลังให้กัน แม้ชายแดนระหว่างสองประเทศจะอยู่ห่างกันเพียง 485 ไมล์ (780 กิโลเมตร) ระหว่างคิวบากับรัฐฟลอริดา
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรคิวบาอีกครั้ง อาทิ การห้ามเดินเรือสำราญระหว่างสหรัฐฯ กับคิวบา การห้ามชาวอเมริกันเดินทางไปคิวบาเพื่อจุดประสงค์ด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และศาสนา รวมถึงการบังคับใช้หมวด 3 ของกฎหมาย Helms-Burton เพื่อให้เอกชนทั่วโลกหลีกเลี่ยงการลงทุนในคิวบา 

 

 

คิวบามีระบบสาธารณสุขที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยอายุขัยเฉลี่ยของประชากร (79 ปี) และอัตราส่วนของแพทย์ต่อประชากร (7.5 : 1000) เป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในโลก รัฐบาลคิวบาให้ความสำคัญต่อระบบสาธารณสุขโดยเน้นให้ประชาชนมีสิทธิเข้าถึงการรักษาและบริการด้านสุขภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ด้วยระบบการปกครองของรัฐบาลคิวบาที่เป็นระบบสังคมนิยม จึงทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างองค์กรต่าง ๆ เป็นอย่างดีโดยเฉพาะด้านสาธารณสุข

 

 

จุดเด่นของระบบสาธารณสุขของคิวบาคือ การส่งทีมแพทย์เฉพาะทางไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในประเทศต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ เช่น การส่งคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไปแอฟริกาเพื่อสนับสนุนการรักษาการระบาดของโรคอีโบล่าในปี ค.ศ. 2014 ปัจจุบันมีแพทย์ชาวคิวบาทำงานอยู่ทั่วโลกกว่า 30,000 คน ใน 77 ประเทศ
นอกจากนี้ คิวบายังได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพกระจายอย่างทั่วถึงทั่วประเทศ โดยเน้นแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ด้วยการจัดทีมดูแลผู้ป่วยและสุขภาพของประชาชนในชุมชนในรูปแบบคลินิกสุขภาพชุมชน ซึ่งประกอบด้วยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและพยาบาลทำงานร่วมกันดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่ โดย 1 คลินิกสุขภาพชุมชนดูแลประชากรประมาณ 1,200 คน ส่งต่อให้กับทีมแพทย์เฉพาะทางใน โพลีคลินิก ซึ่งจัดเป็นสถานบริการระดับปฐมภูมิ และหากมีความจำเป็นสามารถส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานบริการระดับทุติยภูมิและตติยภูมิต่อไป บริการสุขภาพในคิวบาครอบคลุมและให้ความสำคัญทั้งการส่งเสริม ป้องกัน รักษา และฟื้นฟูโรค รวมถึงการใช้การแพทย์ดั้งเดิม

ข้อมูลจาก
สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
องค์การอนามัยโลก (WHO) สถานะวันที่ 6 เมษายน 2561 และธนาคารโลก สถานะปี 2557

 

 
คิวบาเป็นประเทศแรกของโลกที่ประสบความสำเร็จในการยุติเชื้อเอชไอวีและซิฟิลิสจากแม่สู่ลูก โดยได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2558 ส่วนประเทศไทยเป็นประเทศที่ 2 ของโลกที่ได้รับการรับรองในเดือนเมษายน พ.ศ. 2559 การติดเชื้อเอชไอวีในเด็กถือเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญทั้งระดับประเทศและระดับโลก ปัจจุบันทั่วโลกมีเด็กติดเชื้อเอชไอวีเกิดใหม่ประมาณ 7 แสนคนต่อปี โดยเด็กมีโอกาส 15-45% ที่จะติดเชื้อเอชไอวีจากแม่ ขณะอยู่ในครรภ์หรือระหว่างคลอดและอาจได้รับเชื้อจากการกินนมแม่ที่ติดเชื้อ

ข้อมูลจาก 
องค์การอนามัยโลก (WHO) 
สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
 
 
 
รถยนต์ที่วิ่งในคิวบาล้วนเป็นรถที่ผลิตขึ้นก่อนปี ค.ศ. 1959 เนื่องจากภายหลังการปฏิวัติและปฏิรูปเศรษฐกิจคิวบาได้มีการออกมาตรการห้ามนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศ ทำให้ไม่มีรถยนต์ที่ผลิตหลัง ค.ศ. 1959 วิ่งอยู่ในคิวบาเลย และประชาชนต้องรักษาและซ่อมบำรุงรถยนต์ที่มีอยู่เพื่อใช้งานต่อมาเรื่อย ๆ เราจะเห็นรถยนต์หลายยี่ห้อที่ปิดกิจการไปนานแล้วอย่าง Oldsmobile Plymouth และ DeSoto วิ่งอยู่ตามท้องถนนคิวบา เมื่อ ค.ศ. 2013 รัฐบาลคิวบาได้มีการผ่อนปรนให้ประชาชนสามารถครอบครองรถใหม่จากต่างประเทศได้แต่ชาวคิวบาจำนวนมากก็ยังนิยมใช้รถคลาสสิก
 

 

เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ (Ernest Hemingway) นักเขียนชาวอเมริกันเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม เป็นนักเขียนคนสำคัญที่อาศัยอยู่ที่คิวบาเป็นเวลาเกือบ 20 ปี โดยขณะที่อยู่ที่คิวบา Hemingway ได้เขียนหนังสือเรื่อง The Old Man and the Sea วรรณกรรมอมตะที่ทำให้เขาได้รับรางวัล Pulitzer และโนเบลวรรณกรรมในปี ค.ศ. 1954 ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวและนักอ่านทั่วโลกต่างเดินทางไปยังคิวบาเพื่อตามรอยนักเขียนชื่อดัง และต่อคิวเข้าไปดื่มค็อกเทลโปรดของเขา ซึ่งก็คือ Daiquiri ที่บาร์ El Floridita และ Mojito ที่บาร์ La Bodeguita

 
 
ของฝากชิ้นสำคัญเมื่อไปเยือนคิวบาคงหนีไม่พ้นซิการ์ (cigar) โดยชาวยุโรปได้รู้จักกับยาสูบเมื่อมีการค้นพบทวีปอเมริกาใน ค.ศ. 1492 ทำให้ภูมิภาคนี้เป็นแหล่งอุตสาหกรรมยาสูบที่สำคัญตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าจะมีการนำยาสูบไปเพาะปลูกในหลายประเทศทั่วโลกแล้ว ซิการ์ที่ทำจากยาสูบของคิวบาก็ยังได้รับความนิยมมากที่สุดอยู่ดี โดยยี่ห้อที่โด่งดังที่สุดคือ Cohiba (โคฮิบา) ซึ่งเป็นคำที่ชนพื้นเมืองใช้เรียกยาสูบ ก่อนที่โคลัมบัสจะล่องเรือมาถึงคิวบา
 
*****
 
 

มัญชุลิกา วงศ์ไชย

กลุ่มงานโครงการตามยุทธศาสตร์

กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้

กันยายน 2562