ภูมิภาคแปซิฟิกใต้

วานูอาตู
Republic of Vanuatu
สาธารณรัฐวานูอาตู

•    เป็นแหล่งประมงและแหล่งท่องเที่ยว                                                                                                                                                                           •    ผู้นำระดับสูงเยือนไทยบ่อยครั้ง และให้ความสำคัญกับการกระชับความสัมพันธ์กับไทย อาทิ รมว. กต. วานูอาตูเดินทางเข้าร่วมการประชุม Thailand-Pacific Island Countries Forum (TPIF) ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 9-10 สิงหาคม 2557 และรมว. การคลังวานูอาตูเข้าร่วมการประชุม Thailand-Pacific Island Countries Forum (TPIF) ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 30-31 พฤษภาคม 2558                                                                                                                                                                               •    ไทยให้ความช่วยเหลือเพื่อจัดการภัยพิบัติจากไซโคลนแพมจำนวน 30,000 USD

ข้อมูลทั่วไป
พื้นที่      
          12,190 ตร.กม.
เมืองหลวง         กรุงพอร์ตวิลา (Port Vila)   
ประชากร          269,000 (2558)
ภาษาทางการ    บิสลามา (Bislama) อังกฤษ ฝรั่งเศส
ศาสนา              คริสต์
ประธานาธิบดี   
H.E. Mr. Baldwin Lonsdale
นรม.                 
The Hon. Charlot Salwai Tabimasmas
รมว.กต.           
The Hon. Bruno Leingkone Tau
สอท. ที่มีเขตอาณา สอท. ณ กรุงแคนเบอร์รา
กงสุลกิตติมศักดิ์  ไม่มี
สถาปนาความสัมพันธ์กับไทย  21 กันยายน 2525

ข้อมูลเศรษฐกิจ (2557)
GDP                         814.96 ล้าน USD 
GDP per capita        3,147.9 USD 
Real GDP Growth    ร้อยละ 2.3 
อัตราเงินเฟ้อ               ร้อยละ 2.01 
สินค้าส่งออกที่สำคัญ    มะพร้าวแห้ง เนื้อวัว โกโก้ ไม้    ผลคาวา  กาแฟ
สินค้านำเข้าที่สำคัญ     เครื่องจักร อาหาร เชื้อเพลิง   

สกุลเงิน     วาตู (Vatu)
ทรัพยากรธรรมชาติ สัตว์น้ำ ป่าไม้ แร่ธาตุ
อุตสาหกรรม  มะพร้าวแห้ง โกโก้ กาแฟ ปศุสัตว์ ไม้
ตลาดส่งออก  ไทย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย
ตลาดนำเข้า    จีน สิงคโปร์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์

สถิติที่สำคัญไทย-วานูอาตู (2559)

มูลค่าการค้า/การลงทุน

ในปี 2559 มูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ 13.37 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ  ไทยส่งออกมูลค่า 6.95 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ (รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องนุ่งห่ม อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป น้ำตาลทราย) ไทยนำเข้ามูลค่า 6.77 ล้าน USD (สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป เรือและสิ่งก่อสร้างลอยน้ำ) ไทยขาดดุลการค้า 0.18  ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การท่องเที่ยว           ในปี 2558 มีชาววานูอาตูเดินทางเข้าประเทศไทย 177 คน
คนไทยในวานูอาตู   มีคนไทยอาศัยอยู่ในวานูอาตูประมาณ 23 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพนวดแผนโบราณและเปิดกิจการร้านอาหารไทยในกรุงพอร์ตวิลา

สำนักงานไทยในวานูอาตู     สอท. ณ กรุงแคนเบอร์รา 
สำนักงานวานูอาตูในไทย  
    
ไม่มี (ประสานงานผ่าน สอท. ณ กรุงแคนเบอร์รา) ทั้งนี้ ฝ่ายไทยได้อนุมัติการขอเปิด สอท. วานูอาตูประจำประเทศไทยแล้วเมื่อพฤษภาคม 2556 ปัจจุบัน อยู่ระหว่างรอฝ่ายวานูอาตูเสนอตัวบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งทางการทูตประจำประเทศไทย


สถานะ ณ เดือนพฤศจิกายน 2559 

การเมือง
การเมืองวานูอาตูยังอยู่ในสภาวะไม่มั่นคง เนื่องจากข้อกฎหมายของวานูอาตูสามารถถอดถอนนายกรัฐมนตรีได้หากมีการอภิปรายไม่ว้วางใจและลงคะแนนเสียงถอนถอน นายกรัฐมนตรี ถึงแม้ช่วงที่ผ่านมารัฐบาลวานูอาตูได้เรียกร้องให้ร่างกฎหมายเพิ่มความยากลำบากในการยื่นญัตติไม่ไว้วางใจต่อรัฐบาลโดย ส.ส. ในรัฐสภา เพื่อเพิ่มเสถียรภาพด้านการเมืองวานูอาตู แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจัง จึงไม่เกิดผลในการร่างกฏหมายดังกล่าว

ช่วงกลางปี 2554 เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายในของวานูอาตู โดยอดีตนายกรัฐมนตรี นาย Sato Kilman ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจและแพ้คะแนนเสียงการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี 25 ต่อ 26 เสียง แก่ นาย Serge Vohor โดย นาย Vohor เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2554 อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2554 ศาลฎีกาวานูอาตูได้ตัดสินว่าการดำรงตำแหน่งของ นาย Vohor นั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะคะแนนเสียงเลือกตั้งมิได้เป็นเอกฉันท์ โดยในวันที่ 26 มิถุนายน 2554 รัฐสภามีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง โดยนาย Sato Kilman ชนะการเลือกตั้งเหนือ นาย Serge Vohor ไปด้วยคะแนน 29 ต่อ 23 คะแนน

ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2556 นาย Kilman ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อนาย Thomas Laken รัฐมนตรีว่าการ Justice and Social Welfare และนาย  Marcellino Pipite รัฐมนตรีว่าการ Ni-Vanuatu Business ได้นำ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลจำนวน 6 คนเข้าร่วมกับฝ่ายค้าน และจะอภิปรายไม่ไว้วางใจถอดถอนนาย Kilman ต่อมาวันที่ 23 มีนาคม 2556 รัฐสภานูอาตูได้เลือกนาย Moan Carcasses ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยคะแนน 34 คะแนนจาก 52 คะแนน  

เศรษฐกิจ
โครงสร้างทางเศรษฐกิจของวานูอาตูมีลักษณะเป็น resource based โดยประชากรประมาณ ร้อยละ 80 ประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม ป่าไม้ และการประมง ผลผลิตที่สำคัญ ได้แก่ เนื้อมะพร้าวตากแห้งเพื่อส่งออก ด้านปศุสัตว์ วานูอาตูมีโรงงานแปรรูปและบรรจุกระป๋องเนื้อสัตว์ที่ได้มาตรฐานของประชาคมยุโรปและสหรัฐฯ วานูอาตูส่งออกไม้ ทั้งไม้แปรรูป ไม้จันทน์ และผลิตภัณฑ์จากไม้ แต่ถูกกดดันจากประเทศพัฒนาแล้วเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ประเทศวานูอาตูยังเป็นแหล่งให้บริการด้านการเงินนอกชายฝั่ง (Offshore Financial Services) ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาคแปซิฟิกอีกด้วย

ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) ยกย่องวานูอาตูในฐานะผู้นำในภูมิภาคหมู่เกาะแปซิฟิกที่ได้มีการปรับปรุงเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยต่อภาคเอกชน อย่างไรก็ดี ADB ได้ตั้งข้อสังเกตว่า วานูอาตูจะต้องทำเป็นการในอีกหลายเรื่อง เช่น การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานไห้ดีขึ้น ทบทวนระบบการถือครองที่ดิน และนำเสนอนโยบายความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ

IMF เผยว่า real GDP ของวานูอาตูขยายตัวร้อยละ 2.6 ในปี 2555 และคาดว่าในปี 2556 เศรษฐกิจของวานูอาตูจะขยายตัวประมาณร้อยละ 4.3 อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังวานูอาตูได้กล่าวว่า เศรษฐกิจวานูอาตูยังมีความอ่อนไหวจากผลกระทบของวิกฤตเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคเอกชนในด้านการบริการการท่องเที่ยว การค้า อสังหาริมทรัพย์ของวานูอาตู ถึงแม้เศรษฐกิจวานูอาตูจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลวานูอาตูยังคงขาดดุลทางการคลัง ในปี 2555 ขาดดุลเป็นมูลค่าประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ซึ่งเป็นการขาดดุลการค้า 3 ปีติดต่อกัน) อนึ่ง รัฐบาลวานูอาตูประสบความสำเร็จในการจัดการปัญหาค่าเงินเฟ้อของประเทศในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2555 อัตราค่าเงินเฟ้ออยู่ที่ประมาณร้อยละ 2 (จากเดิมประมาณร้อยละ 4 ในปี 2551 – 2553)

การที่วานูอาตูมีคุณสมบัติพอที่จะทำการค้าภายใต้กรอบความตกลงด้านการค้าของประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก (Pacific Agreement on Closer Economic Relations – PACER-Plus) ซึ่งจะทำให้วานูอาตูสามารถส่งออกผลิตผลทางการเกษตรไปยังประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคได้ จะทำไห้อนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศนี้ดีขึ้น วานูอาตูและสมาชิกประเทศ PIF อื่นๆ ได้เริ่มตกลงเจรจา คตล. ดังกล่าวตั้งแต่ 2553  ซึ่งในช่วงการประชุม Pacific Islands Forum (PIF) ครั้งที่ 40 ณ เมืองแคร์นส์ ออสเตรเลีย เมื่อเดือน ส.ค. 2552 แล้ว

การต่างประเทศ
วานูอาตูเป็นสมาชิกของ Pacific Islands Forum (PIF) และเครือจักรภพ (The Commonwealth)  ทั้งนี้ยังเป็นสมาชิกขององค์การต่าง ๆ เช่น สหประชาชาติ La Francophonie Community International Monetary Fund (IMF),  World Bank, Asian Development Bank (ADB) , World Trade Organisation (WTO) Melanesian Spearhead Group (MSG) และ African Caribbean Pacific (ACP)

ความสัมพันธ์ไทย-วานูอาตู 
ประเทศไทยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับวานูอาตู เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2525 โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา มีเขตอาณาครอบคลุมวานูอาตู เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพอร์ตวิลล่า (ถิ่นพานัก ณ กรุงแคนเบอร์ร่า) คนปัจจุบัน คือ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ ปัจจุบันมีคนไทยอาศัยอยู่ในวานูอาตูประมาณ 17 คน ส่วนมากประกอบธุรกิจร้านอาหารไทยและนวดแผนไทยในกรุงพอร์ตวิลล่า (ข้อมูลปี 2553)

วานูอาตูถือเป็นประเทศในภูมิภาคแปซิฟิกใต้ที่มีความสำคัญอันดับต้นของไทย เนื่องจากเป็นแหล่งวัตถุดิบที่สำคัญแห่งหนึ่งของอุตสาหกรรมประมงไทย ในปี 2555 มูลค่าการค้ารวม 176.17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้นจากปี 2554 คิดเป็นร้อยละ 17.49) ไทยส่งออกมูลค่า 11.61 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าที่ไทยส่งออก ได้แก่ อุปกรณ์และส่วนประกอบของรถยนต์และพาหนะ อาหารกระป๋องและแปรรูป เสื้อผ้าสำเร็จรูปและผ้าผืน น้ำตาลทราย ไทยนำเข้า 164.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าที่ไทยนำเข้า ได้แก่ สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป (โดยเฉพาะปลาทูน่า) และเรือและสิ่งก่อสร้างลอยน้ำ ไทยขาดดุลการค้า 152.94 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อนึ่ง ไทยขาดดุลการค้ากับวานูอาตูติดต่อกันตั้งแต่ปี 2542

ไทยให้ความช่วยเหลือทางวิชาการกับวานูอาตูเป็นประจำทุกปี โดยไทยมีความร่วมมือทางวิชาการกับกลุ่มประเทศแปซิฟิกภายใต้กรอบ Annual International Training Courses (AITC) ซึ่ง สพร. ได้เวียนทุนฝึกอบรมประจำปีในด้านสาขาต่างๆ ให้แก่กลุ่มประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกตั้งแต่ปี 2544 นอกจากนี้เมื่อเดือนมิถุนายน 2555 ไทยได้มอบเงินจำนวน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐแก่รัฐบาลวานูอาตูเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในจัดการประชุม Africa Caribbean Pacific (ACP) Council of Ministers ครั้งที่ 91 และการประชุม ACP-EU Council of Ministers ครั้งที่ 37 ระหว่างวันที่ 11 – 16 มิถุนายน 2555
  
การหารือทวิภาคี

- นายสุรพงษ์ ชัยนาม ทปษ.รมว.กต. ได้พบหารือกับนาย Jean Sese ปลัด กต. วานูอาตู ระหว่างการประชุม Post Forum Dialogue ครั้งที่ 21 ณ เมืองแคร์นส์ ออสเตรเลีย ซึ่งนาย Sese กล่าวความประสงค์โครงการฝึกอบรมด้านการบิน (aviation courses) และการเกษตรทั่วไป จากไทย
- นายจิระชัย ปั้นกระษิณ ได้หารือกับนาง Yvon Basil, Head of Asia and Pacific Division กต.วานูอาตู ระหว่างการประชุม Post-Forum Dialogue ครั้งที่ 22 ที่กรุงพอร์ตวิลา ประเทศวานูอาตู ระหว่างวันที่ 3-8 สิงหาคม 2553
- นายจิระชัย ปั้นกระษิณ ได้หารือกับนาย Jean Sese, Director-General of Foreign Affairs กต.วานูอาตู ระหว่างการประชุม Post-Forum Dialogue ครั้งที่ 23 ที่นครโอคแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ระหว่างวันที่ 6-10 กันยายน 2554

ความร่วมมือต่างๆ กับไทย และความตกลงที่คั่งค้าง
- คตล. เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน ไทยและวานูอาตูอยู่ระหว่างการเจรจา คตล. เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (Investment Promotion and Protection Agreement) ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาจากวานูอาตู (ไทยส่งร่างมาตรฐานผ่าน สอท. ณ กรุงแคนเบอร์รา ตั้งแต่ต้นเดือน พฤษภาคม 2549) ล่าสุดได้รับแจ้งจากกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศว่า อยู่ในระหว่างการพิจารณาการเจรจาและลงนามความตกลงดังกล่าว และคาดว่าน่าจะเกิดขึ้นในปี 2556